นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นชั่วโมงแล้ว แต่ความคืบหน้ายังเป็นศูนย์ใช่ไหม?
รู้สึกเหมือนสมองเป็นฟันเฟืองที่ติดขัดและไม่สามารถหมุนได้อย่างสิ้นเชิงหรือเปล่า?
นี่ไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่เป็นเพราะสมอง ประท้วงหยุดทำงาน จริงๆ
ทำไมสมองถึง “ค้าง” และทำงานไม่ได้?
เมื่อสมองจู่ๆ ก็ค้าง โดยทั่วไปจะมีสาเหตุหลักๆ อยู่สองประการ
ประการแรกคือ ข้อมูลที่มากเกินไปและการสลับการทำงานหลายอย่าง เรามักจะเปิดกล่องจดหมาย งานนำเสนอ และหน้าเว็บพร้อมๆ กัน และสลับไปที่ไซต์ช็อปปิ้งหรือวิดีโอทุกครั้งที่มีเวลาว่าง การ ทำงานหลายอย่างพร้อมกันแบบปลอมๆ นี้จะกลืนกินทรัพยากรการรับรู้ของสมองอย่างรวดเร็ว
ประการที่สองคือ การขาดการพักผ่อนอย่างแท้จริง เมื่อทรัพยากรของสมองลดต่ำลงถึงขีดสุด สมองจะบังคับตัวเองเข้าสู่โหมดป้องกัน ทำให้คุณไม่สามารถมีสมาธิได้ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ตาม
การทำงานตลอดเวลาไม่ได้เท่ากับประสิทธิภาพ สมองก็เหมือนแบตเตอรี่ หากไม่ชาร์จไฟให้ทันเวลา ในที่สุดมันก็จะดับลงโดยสิ้นเชิง
ยิ่งไปกว่านั้น หลายคนมักจะ พึ่งพากาแฟเพื่อฝืนลุยต่อเวลาไม่มีพลังงาน คาเฟอีนเพียงแต่บังคับให้สมองตื่นตัว แต่เมื่อหมดฤทธิ์แล้ว ความรู้สึกเหนื่อยล้าอาจกลับมาทวีคูณเป็นเท่าตัว
จะรักษาให้สมองทำงานในโหมดประสิทธิภาพสูงได้อย่างไร?
หากต้องการให้สมองปลอดโปร่ง หัวใจสำคัญไม่ใช่การบังคับตัวเองให้ทำงานหนักขึ้น แต่คือการ จัดการพลังงานอย่างชาญฉลาด
เพ่งความสนใจไปที่สิ่งเดียวในแต่ละครั้ง ปิดหน้าต่างที่กวนสมาธิออกไป แล้วประสิทธิภาพจะสูงขึ้นจริง
| วิธีการ | ต้องทำอย่างไร | ช่วยสมองในส่วนไหน |
|---|---|---|
| เทคนิคพอดอโร | มีสมาธิลุยงานเป็นช่วงสั้นๆ จากนั้นจึง พักผ่อนเป็นระยะ | ช่วยให้สมองมี เวลาพักหายใจ จะได้ไม่หมุนเคว้งตลอดทาง |
| เคลียร์สมองให้ว่าง | จดรายการ สิ่งที่ต้องทำออกมา อย่าพึ่งแต่ความจำของสมอง | ไม่เปลืองพลังสมองไปกับการคอย “จำ” สิ่งที่ต้องทำ |
| จงใจปล่อยให้ว่าง | หาเวลาในแต่ละวันเพื่อ ไม่ต้องทำอะไรเลย | ให้สมองเข้าสู่ default mode network เพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ |
ประสิทธิภาพที่แท้จริงคือการรู้จักรหัสปุ่มหยุดชั่วคราว
แท้จริงแล้วสมองไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง
น่าแปลกที่แม้ว่าคุณกำลังนั่งเหม่อหรือใจลอย แต่ระบบ default mode network ในสมองก็ยังคงทำงานอยู่ และพลังงานที่ใช้นั้นคิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของพลังงานทั้งหมดที่สมองใช้เลยทีเดียว
ประสิทธิภาพที่แท้จริงไม่ใช่การทำงานไม่มีวันสิ้นสุด แต่คือการรู้จัก กดปุ่มหยุดชั่วคราวในเวลาที่เหมาะสม
ดังนั้น การจงใจปล่อยให้ว่างจึงไม่ใช่การเสียเวลา แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องลงทุนเพื่อให้สมองได้จัดระเบียบใหม่และฟื้นฟูพลังในการกลับมาสู้ต่อ
เลิกฝืนลุยต่อ และหันมาจัดการพลังงานอย่างชาญฉลาด
ครั้งต่อไปที่สมองของคุณเริ่มติดขัด ให้เลิกบังคับตัวเองให้จ้องหน้าจอแล้วฝืนทำต่อไป
ลุกขึ้นยืนเดินไปมา ดื่มน้ำสักแก้ว หรือหลับตาลงปล่อยให้ตัวเองได้ผ่อนคลายสักครู่
ใช้ เทคนิคพอดอโร เพื่อจัดตารางเวลาการลุยงานสลับการพักผ่อน เทสิ่งที่ต้องทำออกจากหัวของคุณ และมอบเวลาจงใจปล่อยให้ว่างให้กับตนเองบ้าง
ด้วยการจัดการพลังงานอย่างมีสติ คุณจะพบว่าในเวลาที่เท่ากัน งานต่างๆ กลับเสร็จเร็วขึ้นและได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นตามไปด้วย